Qualimed Update — สารสาระทางวิชาการ โดยฝ่ายวิชาการ บริษัท ควอลิเมด จำกัด

Qualimed Update › สิงหาคม 2569

สิงหาคม 2569

Probiotics กับการรักษาภาวะท้องเสียเฉียบพลันในเด็ก

บทความโดย ดร.ภก. ธีรัตถ์ เหลืองมั่นคง

Probiotics คือ จุลินทรีย์มีชีวิตซึ่งเมื่อร่างกายได้รับในปริมาณที่เพียงพอจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพ ประเทศไทยมีการใช้ probiotics ทั้งในรูปแบบของยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันหรือรักษาความผิดปกติของระบบต่าง ๆ มากมายรวมทั้งระบบทางเดินอาหาร สำหรับภาวะท้องเสียเฉียบพลัน (acute diarrhea, acute gastroenteritis) เป็นอีกหนึ่งภาวะความผิดปกติของระบบทางเดินอาหารที่นิยมใช้ probiotics เพื่อมุ่งหวังให้ระยะเวลาของอาการถ่ายเหลวสั้นลง ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนและการเข้ารักษาในโรงพยาบาล อย่างไรก็ตามประโยชน์และความคุ้มค่าของการใช้ probiotics ในการรักษาภาวะท้องเสียเฉียบพลัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กยังเป็นประเด็นที่ถูกตั้งคำถามกันอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน

เมื่อปี ค.ศ. 2020 สมาคมทางเดินอาหารสหรัฐอเมริกา (American Gastroenterological Association; AGA) ได้เผยแพร่แนวปฏิบัติทางคลินิกเกี่ยวกับการใช้ probiotics โดยระบุว่าไม่แนะนำให้ใช้ probiotics เพื่อรักษาเด็กที่มีภาวะท้องเสียเฉียบพลันจากการติดเชื้อ (in children with acute infectious gastroenteritis, we suggest against the use of probiotics) พร้อมให้เหตุผลว่าการศึกษาที่พบประโยชน์ว่าการใช้ probiotics ช่วยร่นระยะเวลาของการเกิดอาการท้องเสียลงได้เฉลี่ย 21.91 ชั่วโมง ล้วนแต่เป็นผลจากการศึกษาในประชากรของประเทศอื่น ส่วนการศึกษาขนาดใหญ่ที่ทำในสหรัฐอเมริกาและแคนาดากลับพบว่าการใช้ probiotics ให้ผลไม่ต่างกับยาหลอก ทั้งนี้ AGA ยังระบุอีกว่าความแตกต่างทางพันธุกรรมของประชากร อาหารที่รับประทาน สุขอนามัย และเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของอาการท้องเสียซึ่งแตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่นน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้การใช้ probiotics ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญในเด็กที่อาศัยในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา

ในปี ค.ศ. 2023 ชมรมทางเดินอาหาร ตับ และโภชนาการของเด็กในสหภาพยุโรป (European Society for Pediatric Gastroenterology, Hepatology and Nutrition; ESPGHAN) ได้เผยแพร่ผลจากการวิเคราะห์การศึกษาสำคัญทั้งก่อนและหลังจากที่ AGA ได้เผยแพร่เมื่อปี ค.ศ.2020 โดยระบุว่าสามารถใช้ probiotics สำหรับรักษาภาวะท้องเสียเฉียบพลันในเด็กได้ พร้อมทั้งแนะนำสายพันธุ์ของและปริมาณของ probiotics รวมถึงระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษาไว้อีกด้วย (ตารางที่ 1) ทั้งนี้ ESPGHAN ระบุว่าผลการศึกษาทั้งในยุโรปและเอเชียพบว่าการใช้ probiotics สายพันธุ์เหล่านี้มีประโยชน์ในการลดระยะเวลาของการท้องเสียได้ อย่างไรก็ตามความน่าเชื่อถือของหลักฐานการศึกษาอยู่ในระดับต่ำถึงต่ำมาก

ตารางที่ 1: สายพันธุ์ ขนาดต่อวัน และระยะเวลาของ probiotics ที่ ESPGHAN แนะนำและไม่แนะนำ สำหรับรักษาท้องเสียเฉียบพลันในเด็ก

Probioticsสายพันธุ์*ขนาดต่อวันระยะเวลา (วัน)
แนะนำให้ใช้ได้Lacticaseibacillus rhamnosus GGอย่างน้อย 1010 CFU5-7
Saccharomyces boulardii250-750 มิลลิกรัม5-7
Limosilactobacillus reuteri DSM 179381X108- 4X108 CFU5
Lacticaseibacillus rhamnosus 19070-2 และ Limosilactobacillus reuteri DSM 122462X1010 CFU ต่อสายพันธุ์5
ไม่แนะนำLactobacillus helveticus R0052 และ Lacticaseibacillus rhamnosus R0011--
Bacillus clausii strains O/C, SIN, N/R และ T--

*ปัจจุบันมีการจัดกลุ่มสายพันธุ์ของ Lactic acid bacteria เป็นกลุ่มย่อย เช่น Lacticaseibacillus และ Limosilactobacillus ซึ่งเดิมเรียกว่า Lactobacillus เหมือนกัน

สำหรับประเทศไทยแม้จะไม่มีแนวทางเวชปฏิบัติอย่างชัดเจน แต่หากอ้างอิงจากการศึกษาในเอเชีย การใช้ probiotics น่าจะมีประโยชน์ในการรักษาภาวะท้องเสียเฉียบพลันในเด็ก อย่างไรก็ตามควรเลือกใช้ probiotics โดยพิจารณาสายพันธุ์ (ทั้ง species และ strain) ปริมาณ และระยะเวลาตามข้อมูลที่แสดงถึงประโยชน์จากการศึกษาทางคลินิก ทั้งนี้เนื่องจากผลิตภัณฑ์ probiotics มีราคาค่อนข้างสูง ดังนั้นความคุ้มค่าเมื่อพิจารณาจากผลที่พบว่าการใช้ probiotics ช่วยให้หายจากท้องเสียเร็วขึ้นประมาณหนึ่งวันอาจเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาเช่นกัน

เอกสารอ้างอิง

 
  1. Su GL, Ko CW, Bercik P, et al. AGA clinical practice guidelines on the role of probiotics in the management of gastrointestinal disorders. Gastroenterology. 2020;159(2):697-705.
  2. Szajewska H, Berni Canani R, Domellöf M, et al. Probiotics for the management of pediatric gastrointestinal disorders: Position paper of the ESPGHAN special interest group on gut microbiota and modifications. J Pediatr Gastroenterol Nutr. 2023;76(2):232-247.

รับบทความใหม่ทางอีเมล เดือนละ 1 ฉบับ

สาระวิชาการยาใหม่ เขียนโดยอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเอกสารอ้างอิงครบถ้วน ฟรี ยกเลิกได้ทุกเมื่อ

สมัครรับฟรี